MapleStory - Snail

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

 
เบี้ยบ่อพราง(โดนทิ่มม้าเเล้วห้ามถอยไปก7)
ต่อจากบทความการถอยม้าของเบี้ยบ่อพรางนะครับหากใครยังไม่ได้อ่าน กดคลิกตรงนี้เลยครับ
มาดูหลังจากตาที่ 12ที่หมากขาว ทิ่มเบี้ย ข5 เเล้วหมากดำทำไมถึงห้ามเอาเบี้ยกินเเล้วถอยม้าจับเบี้ยเพื่อดึงจังหวะไม่ให้โดนกิน2เบี้ยกลางกระดาน ทั้งๆที่การกินแบบนี้เป็นต่อเบี้ยนอกในเเต่ทำไมดำถึงกลับเป็นรอง มาดูเกมต่อเลยครับ
12 บ ข4-ข5                         บ ก6xข5
13 บ ค4xข5                         ม ค6-ก7
14 บ ก3-ก4                         บ ง4xจ3
15 ค จ3xจ4
ตาต่อไปดำอาจจะเดินเบี้ย จ5 เพื่อกันหมากขาวทิ่มเบี้ยสูงหรือไม่ก็เดินม้า ก7 มาที่ ค8 เเต่อย่างที่เห็นคือว่าม้า ตาก8 หมดอนาคตเลยไปไหนไม่ได้ เหมือนดำต่อม้าให้ขาว1ตัวโดนปริยาย เเม้ขาวจะเสียเบี้ยเบี้ยนอกในตา ก4เเต่เบี้ยก็ไม่ได้ขาดอะไรเเถมยังมีเเทนหมากให้เอาม้า หรือโคนไปยืนเพื่อขยายหมากบุกก็ได้ ตา ค4 จะเห็นได้ว่าหมากขาวมีทางเลือกที่จะบุกมากว่า

เเล้วเเต่ท่านที่ชอบครับ เเต่แอดมินมีกรณีหนึ่งเผื่อดำเดินผิดให้ชมเพื่อเป็นความรู้หนึ่งในการประยุกต์ใช้
15 ค จ3xจ4                     บ จ6-จ5
16 ม ง2-ค4                     ร ญ8-จ8 สมมตินะ
17 บ ก4-ก5
หมากดำเครียดเลยนะครับถ้าเข้ารูปนี้ ถ้ากินเบี้ย ก5 ขาวหงาย ข6 ถ้าเอาม้ากินเบี้ย ข5 ขาวกินเบี้ย ข6ไล่โคนเเต่นี้เป็นกรณีที่ดำเดินผิดนะครับ 

*เกมส์นี้เป็นเกมส์ตัวอย่างที่นำมาวิเคราะห์จาก เว็บ www.playok.com
ระหว่างท่าน sunita01กับท่านniranam01


แสดงความคิดเห็น

แบ่งปันสิ่งนี้

การถอยม้าของเบี้ยบ่อพราง


สวัสดีครับสำหรับบทความนี้แอดมินก็จะมาพูดถึงเรื่อง เบี้ยบ่อพรางนะครับซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีแปรขบวนของม้าโยงขวา ปกติจะอยู่ตาที่11ขึ้นไปนะครับสำหรับผู้ที่ทราบแล้วแอดมินก็ขออภัยด้วยส่วนผู้ที่ยังไม่ทราบก็อ่านต่อเลยครับ 
เบี้ยคู่บ่อพรางเป็นการเดินเบี้ย ค3-ค4 เมื่อเปิดม้าโยงขวาเสร็จเเล้วดังรูป
ถ้าหมากดำไม่ยอมเดินเบี้ยสูงเข้ามาที่ ง4 หมากขาวก็จะกินทำลายเบี้ย โดย เอาเบี้ย ค3 กับ ข3 กินครับ
มาดูกันต่อนะครับ 
ขาว                                                  ดำ
11 บ ค3-ค4                             บ ง5-ง4
12 บ ข4-ข5                             
พอมาถึงตานี้สิ่งที่เราจะมาดูคือ เเล้วดำหละจะเดินม้ามาที่ไหนดี ซึ่งก็มีอยู่4ทางเลือกนะครับขอเรียงลำดับจากทางเลือกที่ไม่ดีไปทางเลือกที่ดีนะครับ
1.เอาเบี้ยกิน ที่ ข5เเล้วถอยม้าไปที่ ก7   ปกติเเล้วเป็นรองมา อ่านท่อนเเยกนี้  คลิกที่นี่
2.เดินม้ามาที่ ก5 อันนี้จะไม่ค่อยได้ใช้งานเเต่ก็ยังดีกว่ากรณีเเรก เพราะม้าอยู่ริมกระดานไม่ค่อยเกิดเท่าไหร่ตราบใดที่หน้าขุนขาวยังไม่เเตก ม้าตัวนี้จะไม่ค่อยมีบทบาท
3.เดินม้ามาที่ ข8 อันนี้ส่วนมาจะปรับเป็นม้าเทียม เเต่ถ้าขุนดำอยู่วังในก็เสียตาเดินนิดหน่อยครับเเต่ก็เห็นมีเซียนจำนวนมากหรือในบันทึกเกมส์ตามๆก้ยังเล่นกันอยู่ครับ
4.ถอยม้ามาที่ ง8 เพื่อทำบ่อเม็ด
ส่วนมาที่เห็นเซียนจะเดินทางเลือกที่4นะครับเพราะว่ามีท่อนเเยกมากมาย ซึ่งจะขออธิบายในโอกาสต่อไป

*เกมส์นี้เป็นเกมส์ตัวอย่างที่นำมาวิเคราะห์จาก เว็บ www.playok.com
ระหว่างท่าน sunita01กับท่านniranam01

แสดงความคิดเห็น

แบ่งปันสิ่งนี้

เอกสารประกอบการสอนEP.1

เอกสารประกอบการสอนเรื่องวิธีการอ่านสัญลักษณ์ในหมากรุกไทย

สำหรับบทความนี้นะครับแอดมินมีเอกสารมาเเจกครับเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิธีการอ่านสัญลักษณ์ในหมากรุกไทยเผื่อท่านผู้อ่านไปอยากจะถอดหมากด้วยตัวเอง เเละเขียนหรือจะไปอ่านบันทึกเกมอะไรแบบนี้ครับ

ดาวน์โหลด   คลิกที่นี่


แสดงความคิดเห็น

แบ่งปันสิ่งนี้

ดาวน์โหลดตำราหมากรุกไทยทฤษฎีการไล่

ดาวน์โหลดตำราหมากรุก   คลิกที่นี่


การเล่นหมากรุก *
                การเล่นหมากรุกนั้น  ไม่ว่าจะเป็นหมากรุกของชาติ  หรือประเทศใด  ถ้าท่านสนใจที่จะเล่นให้ได้ดี  นอกจากไหวพริบ  และความเฉียบแหลมแล้ว  ท่านก็ควรที่จะมีคามเข้าใจในหัวข้อที่จะกล่าวต่อไปนี้ ให้แน่ชัดเสียก่อน  กล่าวคือ:-
                (1) กำลังหมากของตัวหมากรุกแต่ละประเภท [ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Power of Chessmen ] ที่ท่านสนใจอยู่นั้น    กำลังอำนาจของตัวหมากรุกที่กล่าวนี้  คือ  อำนาจในการเคลื่อนที่ (เดิน), อำนาจในการทำลาย (กิน), อำนาจในการรุกไล่ (รุก) และอำนาจในการคุ้มกัน (ผูก)  ซึ่งข้าพเจ้าขอใช้ในหนังสือนี้ว่า  " สมรรถภาพของตัวหมากรุก "
                (2) กำลังอันซ่อนเร้นอยู่ภาในตัวหมากรุก [ ภาษาอังกฤษเรียกว่า "Potency of Chessmen" ] กำลังงานอันนี้  ก็เกิดจากสมรรถภาพของตัวหมากรุกนั่นเอง  ถ้าหมากท่านจะพิจารณาสมรรถภาพของแต่ละประเภทให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นแล้ว  กำลังงานอันนี้ก็คงจะผุดขึ้นมาให้เห็นได้เอง  ซึ่งในหมากรุกไทยก็พอจะแยกเป็นหัวข้อดังต่อไปนี้ :-
                                (๑) กำลังต่อต้านและตรึง [ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Opposition ] ซึ่งจะมีทุกตัวเป็นธรรมดา  แต่ที่สำคัญที่สุดนั้นก็อยู่ที่ตัวขุน  ซึ่งมีหน้าที่ทั้งการไล่ต้อนหรือถอยเป็นเฃืง  เพื่อการแพ้ ชนะหรือเสมอของการเล่นครั้ง(กระดาน) นั้น ๆ  ซึ่งข้าพเจ้าขอเรียกอย่างสั้น ๆ ว่า "ชิงที"
                                (๒) อำนาจในการกักกัน  ซึ่งจะต้องเกี่ยวพันกันระหว่างตัวหมากรุกประเภทต่าง ๆ  ตลอดทั้งที่เป็นประเภทเดียวกัน และคนละประเภท  อำนาจในการกักกันนี้  หมายความว่าเฉพาะตัวต่อตัว คือฝ่ายละ 1 ตัว  จะเป็นประเภทเดียวกันก็ได้  บนกระดานหมากรุกที่ว่างเปล่า  ไม่มีตัวอื่นปะปนอยู่ด้วย  และด้วยสมรรถภาพของตัวมันเองตัวเดียวเท่านั้น  จะสามารถตัดการเดินของอีกฝ่ายหนึ่งมิให้เดินอีกได้ในที่ซึ่งฝ่ายนั้นจะต้องเดิน  คือถ้าเดินก็จะต้องถูกกิน  หรือทั้งสามารถจะติดตามกินตัวนั้นได้ด้วย  คือ
หมายความว่าถ้าตัวใดได้พยายามติดตามตัวของฝ่ายตรงข้าม  ซึ่งในที่สุดฝ่ายตรงข้ามก็จะเดินมาให้กินจนได้  ทั้งนี้แต่ละตัวจะทำได้เพียงใด
                                (๓) ความสามารถที่มีอยู่ในการเดินของแต่ละประเภท  ซึ่งพอจะยกเป็นหัวข้อได้  คือ :-
                                - ตัวหมากรุกประเภทใดจะสามารถเดินจากที่ตั้งของตนไม่ว่าจะเป็นตาใดก็ตามไปยังตาที่จะกำหนดให้ได้ภายในกี่ที (ม้าเท่านั้น) ที่ต้องคำนึง
                                - ในการเดินของตัวนั้น ๆ จะสามารถเปลี่ยนแปรการเดินอันเป็นปกติของตัวมันให้เป็นอย่างอื่นได้เพียงใดหรือไม่ (ข้อนี้มีอยู่ก็แต่เบี้ยคว่ำเท่านั้น)
                (3) นอกจากที่กล่าวมาแล้วนี้  ท่านควรจะต้องมีความเข้าใจในหัวข้อเหล่านี้ให้ถ่องแท้ไว้ด้วย คือ :-
                                (๑) กำลังโอบต้อน :  ในที่นี้หมายความว่า  ในเมื่อฝ่ายหนีมีเพียงขุนตัวเดียว  และ จะตั้งอยู่ที่ใดก็ตาม  ฝ่ายไล่ควรจะมีกำลังน้อยที่สุดเท่าใด  จึงจะสามารถที่จะต้อนอีกฝ่ายหนึ่งให้ไปยังจุดประสงค์ได้
                                (๒) กำลังที่จะรุกให้จน :  ในที่นี้หมายความว่า  ในเมื่อฝ่ายหนีมีแต่ขุนตัวเดียว  จะตั้งอยู่ที่ใดก็ตาม และฝ่ายไล่มีกำลังน้อยที่สุดเท่าใด  จึงจะสามารถไล่และรุกให้จนได้เสมอไป  ทั้งนี้มิได้หมายความถึงขุนที่ตั้งอยู่ในหมากรุกกล
                                (๓) แหล่งที่จะทำให้จนได้ด้วยกำลังอันน้อยที่สุด  ในเมื่อฝ่ายหนีมีขุนเพียงตัวเดียว

แสดงความคิดเห็น

แบ่งปันสิ่งนี้

ดาวน์โหลดตำราหมากกลตัวเลข

สำหรับบทความนี้นะครับแอดมินก็มีหมากกลมาเเจกทุกท่าน เอาไปทำเล่นเป็นหมากกลที่ค่อนข้างจะเป็นพื้นฐานที่ควรจะรู้นะครับ

ดาวน์โหลดตำราหมากกล    คลิกที่นี่

แสดงความคิดเห็น

แบ่งปันสิ่งนี้

ดาวน์โหลดตำราหมากกลหมากรุกไทย

ประโยชน์ของการฝึกหมากกลหมากรุกไทย
1.ฝึกสมาธิ
2.ฝึกคิดแต้มกลางกระดานดีขึ้น
3.ปลายกระดานจะเดินดีขึ้น
4.เอาไว้ตั้งหาเงินได้
5.เพลิดเพลนสนุกสนาน

ดาวน์โหลด ที่นี่ครับ    คลิกตรงนี้

แสดงความคิดเห็น

แบ่งปันสิ่งนี้

ดาวน์โหลดตำราการไล่

ดาวน์โหลดตำราการไล่
สำหรับเพื่อนๆที่ยังไม่รู้วิธีการไล่หมากปลายกระดานเเนะนำให้ลองโหลดไปอ่านเล่นดูเลยครับเป็นตำราการไล่หมากของ นายเเพทย์ประกอบ

โหลดตำราไล่หมาก คลิก

แสดงความคิดเห็น

แบ่งปันสิ่งนี้

เบี้ยสูงหน้าเม็ด(อย่างไรถึงเรียกว่าเป็นรอง)

สวัสดีครับสำหรับบทความนี้เราก็จะมาเปรียบเทียบกันว่า เบี้ยสูงหน้าเม็ดพอเเก้เสร็จเเล้วเขาดูกันยังไงว่ามันเป็นรองครับ 

อธิบายกันคราวๆนะครับ ถ้าเพื่อนๆได้ติดตามการแก้เบี้ยสูงจากที่ผ่านมา จะพบว่าฝั่งที่เดินเบี้ยสูงหน้าเม็ดมักจะเป็นฝ่ายที่ตกเป็นรองคู่ต่อสู้นั่นเอง ซึ่งรูปหมากที่เพื่อนๆแก้มาอาจจะไม่เป็นไปตามนี้้เเต่ถ้าพอจะคล้ายก็เปรียบเทียบไปกับบทความนี้ได้เลยครับ
สำหรับเกมส์นี้ก็คือฝ่ายขาวนั้นเป็นผู้เดินเบี้ยสูงหน้าเม็ดเเล้วฝ่ายดำก็เป็นฝ่ายที่แก้เบี้ยสูงหน้าเม็ด
โดยจากภาพที่เห็นก็คือว่าฝ่ายดำได้แก้เสร็จเเล้วโดยการเอาเม็ดไปเเลก ทีนี้ก็มีถึงจุดที่เราจะมาเปรียบเทียบกัน
ขอเริ่มจากฝั่งขาวก่อนนะครับ
ขาวนั้นถึงเเม้ว่าจะมีเม็ดเเต่ก็ไม่ได้ใช้ ลองดูที่เบี้ย ง4  เเละ เม็ด จ3 สุดท้าย เบี้ย ฉ4 จะเห็นได้ว่าสามตัวนี้ไม่ได้ใช้เลย ติดๆขัดเเละดูโคนที่ตา ง3 ก็ขึ้นไปไม่ได้ใช้งานครับเเละการขยายตัวหมากเพื่อบุกก็ทำได้ยากเช่นกัน

ฝั่งสีดำ
แม้จะไม่มีเม็ด เเต่ก็มีเบี้ยคู่ ตา จ 6เเละ ฉ 6ครับเเละที่สำคัญก็คือว่าเบี้ยพระเอกครับตา ง5เบี้ยตัวนี้ที่เป็นพระเอกก็เพราะว่าสกัดทั้งม้าทั้งโคนทั้งเบี้ยเเละเม็ดของสีขาวได้เรียกได้ว่าใช้งานคุ้มจริงอะไรจริงเลยทีเดียว เเละหมากดำก็ยังมีเเท่นหมากเพื่อขยายตัวบุกได้อีกด้วย ที่ตา ฉ5นั่นเองส่วนใหญ่จะเอาโคนขึ้นมายืน ขอเพิ่มเกร็ดเล็กน้อยนิดนึงก็คือว่า ถ้าหมากออกมารูปนี้แอดมินมีความเห็นว่าเอาขุนขึ้นนอกดีที่สุด ฉ7 อ่ออย่าลืมทิ่มเบี้ย ตา ญ5ด้วยนะครับเพื่อกันโคนขาวขึ้นมาลุย

สรุปนะครับเพื่อเทียบเเล้ว
ตามศักดิ์หมากเเล้วขาวเป็นต่อเพราะมีเม็ด
ถ้าเมื่อเทียบตำแหน่งเเล้วดำเป็นต่อเพราะ ทางเดินเเละการเข้าบุกรวมถึง การขยายตัวหมากเพื่อบุกทำได้ดีกว่าครับ


แสดงความคิดเห็น

แบ่งปันสิ่งนี้

เทคนิคลับ ในการอ่านหนังสือให้จำ

เทคนิคลับ ในการอ่านหนังสือให้จำ


หลายคนคงจะเคยเจอปัญหาในการอ่านหนังสือมามากมาย เช่น อ่านยังไงก็ไม่จำ ไม่มีสมาธิ ไม่รู้จะเริ่มต้นอ่านตรงไหนก่อน เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะสอบแล้ว ยังอ่านหนังสือได้ไม่ถึงครึ่งเลย ไม่รู้จะวางแผนการอ่านหนังสือยังไงดี ลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ดู น่าจะช่วยเพื่อนๆ ได้เยอะ
1. ต้องสร้างทัศนคติที่ดีต่อการอ่านหนังสือซะก่อน หากมีทัศนคติที่แย่ๆ ต่อการอ่านหนังสือแล้ว อ่านถึง 10 รอบก็ไม่มีทางจำได้ อ่านเยอะอย่างไรก็ไม่เข้าหัวหรอก
2. เมื่อมีทัศนคติที่ดีต่อการอ่านหนังสือแล้ว ก็ต้องมาสร้างแรงจูงใจในการอ่านหนังสือด้วย แรงจูงใจจะเป็นตัวผลักดัน และกระตุ้นให้เพื่อนๆ มีความอยากในการอ่านหนังสือ วิธีการสร้างแรงจูงใจก็คือพยายามคิดถึงผลที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราอ่านหนังสือสำเร็จ เช่น ถ้าเราตั้งใจอ่านหนังสือและเตรียมความฟิตให้ตัวเองจนพร้อมแล้ว เราก็สามารถตะลุยข้อสอบได้ ผลก็คือได้คะแนนเป็นที่น่าพอใจ จากจุดนี้ก็จะทำให้เพื่อนๆ ได้เกรดสูงๆ หรือไม่ก็ Admissions ติด พ่อ แม่ พี่ น้อง ก็จะดีใจ หรืออาจจะได้รับของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จากท่านอีกก็ได้
3. พยายามสรุปเรื่องที่เราอ่านแล้วจำเป็นรูปภาพ ปกติแล้วมนุษย์จะจำเรื่องราวทั้งหมดเป็นรูปภาพ หลายๆ วิชาที่ไม่มีรูปภาพประกอบทำให้เราอ่านแล้วไม่สามารถจินตาการ หรือจดจำได้ ให้เพื่อนๆ สรุปเรื่องที่เราอ่านแล้ว นำมาทำเป็น My map เพื่อเชื่อมโยงในส่วนที่สัมพันธ์กัน และวาดให้เป็นความเข้าใจของตัวเอง จะทำให้จำได้แม่นขึ้น
4. หาเวลาติวให้เพื่อน เป็นวิธีการทบทวนความรู้ไปในตัวได้ดีที่สุด เพราะเราจะสอนออกมาจากความเข้าใจของตัวเราเอง หากติวแล้วเพื่อนที่เราติวให้เข้าใจ ถือว่าเราแตกฉานในความรู้นั้นได้อย่างแท้จริง
5. เน้นการตะลุยโจทย์ให้เยอะๆ พยายามหาข้อสอบย้อนหลังมาทำให้ได้มากที่สุด เพราะการตะลุยโจทย์จะทำให้เราจำได้ง่ายกว่าการอ่านเนื้อหา
6. เตรียมตัว และให้ความสำคัญในการอ่านหนังสือในวิชาที่เราถนัดมากกว่าวิชาที่ดันไม่ขึ้น เพื่อนๆ หลายคนเข้าใจผิด ไปทุ่มเทเวลาให้กับวิชาที่เราไม่ถนัด วิชาไหนที่เราไม่ถนัด ดันยังไงมันก็ไม่ขึ้น เสียเวลาเปล่า เอาเวลาไปทุ่มให้กับวิชาที่เราทำได้ให้ชัวร์ดีกว่า จะได้เอาคะแนนไปถัวเฉลี่ยกับวิชาอื่นๆ แบบนี้เข้าท่ากว่าเยอะนะ
7. สมาธิเป็นสิ่งสำคัญมากในการอ่านหนังสือ การอ่านหนังสือให้มีประสิทธิภาพ ต้องมีสมาธิดี ใครที่สมาธิสั้น จะจำยาก ลืมง่าย ใครสมาธิดี จะจำง่าย ลืมยาก การอ่านหนังสือ ต้องอ่านต่อเนื่องอย่างน้อย ชั่วโมงครึ่ง 30 นาทีแรกจิตใจของเรากำลังฟุ้ง ให้พยายามปรับให้นิ่ง 60 นาทีหลัง ใจนิ่งมีสมาธิแล้ว ก็พร้อมรับสิ่งใหม่ เข้าสู่สมอง ที่สำคัญอย่าเอาขยะมาใส่หัว ห้ามคิดเรื่องพวกนี้ซักพัก เช่น เรื่องหนัง , เกม , แฟน พยายามออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้จิตใจเรานิ่งขึ้น


แสดงความคิดเห็น

แบ่งปันสิ่งนี้

แนวทางการทำทางเพื่อบุกEP.1

แนวทางการทำทางเพื่อบุก

สำหรับบทความนี้นะครับต้องเล่าที่มาก่อนว่าบังเอิญไปเเวะเวียนไปเจอบันทึกเกมส์ของเซียนท่านหนึ่งที่เคยเล่นเอาไว้เเล้วไปเจอช๊อตหนึ่งซึ่งถือว่าดีมากในการทำทางเพื่อบุกจึงอยากเอามาเสนอเเละเผยเเพร่ให้ชมกันครับ

จากรูปหมากที่เราเห็นทั้งสองฝ่ายยังมีตัวหมากเท่ากันทุกประการเเละยังไม่มีฝ่ายไหนพลาดถูกกินฟรี
เเต่จากทรงหมากเเล้วบอกได้ว่าหมากดำเป็นรองหน้าเบี้ยหมากขาวเพราะ หมากขาวมีเบี้ยที่อยู่กลางกระดานมากกว่า คือจุดที่ต่างมันคือ ดำมีเบี้ย ข5 ขาวมี ค3ซึ่ง ถ้าดูก็ตามนี้นะครับคือ ขาวเป็นต่อเบี้ยนอกเบี้ยใน (เข้าใจตรงกันนะ) เเล้วถ้าเราไม่ได้คิดอะไรมากก็อาจจะเดิน เรือจาก ก1มาที่ข1มาจับเบี้ยคว่ำฟรี
เเต่เซียนท่านนี้มีวิธีทำทางอย่างไรไปดูครับ

เดินเบี้ยครับ จาก ก3-ก4 เอ้ะยังไง ? 
ถ้าหมากดำเฉยๆก็โดนกินฟรีจริงไหมหละครับ 
ถ้าหมากดำกินมาขาวก็เอาเรือกินเเล้วก็มีเเผนซ้อนเรือ เเละวิธีต่างๆนาๆเพื่อกินเบี้ยตา ก5 ฟรี
ถ้าหมากดำเดินโคนมาผูกหมากขาวก็กินเอาเปรียบเบี้ยนอกเบี้ยในเเละเบี้ย ก5 ก็เป็นตัวปัญหาเหมือนเดิม
เพราะฉะนั้นเหมือนเเต้มบังคับให้ดำต้องเดินเบี้ยมาที่ ข4 


วิธีคิดเมื่อเราต้องตัดสินใจเดินเบี้ย
1.กิน (สู้)
2.อยู่เฉยๆ (ตั้งหลัก)
3.เดินตรงไป (ก็ไม่ได้สู้นะเเค่บุกเข้าไป อิอิ )
มาดูวิธีคิดของสีขาวนะครับ
ถ้าหมากขาวอยู่เฉยๆ เช่นเอาโคนถอยมาผูกหรือเอาเรือมาผูกเบี้ย ค3 เเล้วยังไงหมากขาวก็กินครับเพราะว่าเบี้ยนอกเเลกเบี้ยตัวที่อยู่ด้านใน เป็นใครก็เอา
ถ้าหมากขาวกินดำก็เอาเบี้ย ก5 กินเข้ามา เเล้วเบี้ย ก4 ของขาวจะเป็นเป้าโจมตีทันที (อยู่ดีๆขาวคงจะไม่หาเรื่อง)
เพราะฉะนั้นเหลือทางเลือกสุดท้ายเเล้วคือ เดินเบี้ยตรงไปที่ ค4


มาถึงตรงนี้ต้องขอบอกว่าหมากขาวบุกได้คุ้มจริงๆ เพราะเอาเบี้ย ค3(เดิม)มาสู้ ถ้าเรามองจากรูปแรกคือเบี้ย ก เเละ ค 3ไม่ได้ใช้งาน เเต่นี้ก็เอามาใช้งานให้หมดทุกตัวหมากเพื่อเดินหน้าบุกสีดำ
เเล้ว เบี้ย ข4 จะหงายได้ไหม?
ได้เเต่ยากหน่อยเพราะตรงนั้นกลายเป็นเเทนม้า(ตา ก3)เป็นจุดยืนของม้าไปเเล้ว (เป็นการขยายทางเดิน)

ก็เป็นอีกเเนวทางครับเพื่อใช้ทำทาง 


เราเป็นเพียงฆราวาสผู้ใฝ่รู้ในสัจธรรม





แสดงความคิดเห็น

แบ่งปันสิ่งนี้

ทำไมต้องรุกไปรุกมา

ทำไมต้องรุกไปรุกมา

เคยมีผู้ที่กำลังฝึกหัดหมากรุกไทยส่งคำถามเข้ามาว่าทำไมต้องรุกไปรุกมาเเทนที่จะเอาไปวางตำเเหน่งนั้นเลย(ผลลัพธ์เหมือนกันเเต่วิธีเดินต่างกันจำทำให้ยุ่งยากทำไม)
วันนี้ในระหว่างเรียน บังเอิญแอดมินนั่งกดโทรศัพท์เล่นไปด้วยก็ได้เกมส์ตัวอย่างพอดีเลยมาดูกันครับ


    ภาพที่ทุกคนเห็นเป็นเกมส์ที่เกิดขึ้นจริงเเละมาจากแอพสนามหลวงเป็นแอพที่ให้บริการหมากรุกไทยนะครับ
มาเข้าเรื่องซะที หมากดำเดินขุนหลบไปที่ตา ข8หลังจากโดนโคนรุกตา ค6 อันที่จริงเเล้วขุนดำต้องถอยมาที่ตา ค8มากกว่า(ตายยากดี) เเต่ดันไปเดินผิดถอยมาที่ตา ข8 จากที่เห็นเเน่นอนครับว่าม้าหมากดำจับเรืออยู่ ตัวอื่นก็เดินไม่ได้ เเน่นอนหละ ต้องเดินเรือสินะ เเต่จะมาตาไหนดี? ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าคนส่วนใหญ่ต้องจับเรือมารุกอย่างเเน่นอน เเละพอขุนมาที่ตา ก7 ก็เอาเรือรุกอีกทีที่ตา ง7 เพื่อพลักขุนลงไป
   
คำถามคือถ้าคุณจะเอาเรือมาที่ตา ง7ตั้งเเต่เเรกทำไมต้องรุกไปรุกมาด้วย?
คำตอบ ก็คือว่าเพื่อเป็นการเอาเปรียบทีเดิน ถ้ายังมีคนสงสัยก็จะขยายความให้ฟังครับว่า จากการที่เดินเรือรุกมาทั้งหมดนี้ =หมากดำยังอยู่ที่เดิมทุกตัว เเต่หมากขาวได้กำไรตาเดินเพราะจากที่เดิมเรืออยู่ที่ ง1ตอนนี้มันมาอยู่ที่ตา ง7 เเละตาต่อไปก็ยังเป็นตาเดินของสีขาวอยู่เหมือนเดิมด้วย เพราะฉะนั้นอาจนิยามได้ง่ายๆว่าการเอาเปรียบตาเดินคือ การที่คุณได้เดินอยู่ฝ่ายเดียวในขณะที่คู่ต่อได้ไม่มีการเปลี่ยนเเปลงหรือเดินไปที่อื่นนั่นเอง
    
ประโยชน์ของการเอาเปรียบตาเดินคืออะไร 
นิยามง่ายๆครับว่าเหมือนคุณต่อยคู่ต่อสู้ไปสามหมัด เเล้วคู่ต่อสู่ของคุณทำอะไรอยู่หละ >...อยู่เฉยๆรอโดนหมัดคุณอยู่ฝ่ายเดียว


แสดงความคิดเห็น

แบ่งปันสิ่งนี้

หมากรุกไทยเสริมปัญญา

ระดับเชาว์ปัญญาหรือไอคิวของเด็กไทยลดลง เป็นเรื่องสำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่งของประเทศไทย แต่สามารถแก้ไขได้อย่างแยบยลด้วย หมากรุกไทย

ระดับเชาว์ปัญญาหรือไอคิวของเด็กไทยลดลง เป็นเรื่องสำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่งของประเทศไทย แต่สามารถแก้ไขได้อย่างแยบยลด้วยเกมการเล่น ที่เรียกว่า หมากรุกไทยแทนที่พ่อแม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเรียนพิเศษ

เจนจิรา แก้วอุไร หนึ่งในคุณแม่ที่สนับสนุนให้ลูกเล่นหมากรุกไทย บอกว่า เหตุผลที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ดช. มกร สุทธิธรรมวสี ลูกชายวัย 6 ขวบฝึกฝนเล่นกีฬาชนิดนี้ เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความสามัคคี สร้างภูมิคุ้มกันให้กับสถาบันครอบครัวแล้วยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รวมถึงทำให้ลูกได้พัฒนาศักยภาพด้านการวางแผน คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาอย่างมีเหตุมีผล
กระตุ้นไอคิว อีคิว
" เป็นเกมที่ทำให้เด็กไทยและผู้ใหญ่ ได้มองอะไรให้ไกลๆ ไม่ใช่แค่มองผ่านไปแต่ละชอตแต่ละที สอนให้รู้จักเงียบและหัดฟังตนเองเพื่อให้เข้าใจและมองเกมที่กำลงจะเดินนั้นได้อย่างถูกต้อง "นอกจากเป็นกีฬาอย่างหนึ่งแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้ลูกชายห่างไกลจากปัญหามั่วสุมยาเสพติด ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมปัจจุบันที่พ่อแม่ทุกคนเป็นห่วง
“ โชคดีที่เขา เห็นพ่อเล่นหมากรุกไทยจึงสนใจเล่นจนกระทั่งได้มีโอกาสแข่งขันได้รับรางวัลชนะเลิศในรุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี ทำให้เขาชอบเล่นหมากรุกไทยพอๆกับเล่นฟุตบอล สังเกตได้ว่ามกรมีสมาธิในการเรียนมากขึ้น"
เจนจิรา มองว่า การเล่นหมากรุกไทยเป็นกิจกรรมที่ทำให้ลูกชายรู้จักช่วยเหลือตัวเองและได้ฝึกทักษะต่างๆมากมาย เช่น การพัฒนากล้ามเนื้อ การเจริญเติบโต การสร้างไหวพริบ จินตนาการในการวางแผนและการปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นดีขึ้น
สุชาติ ชัยวิชิต หรือ อาจารย์ "ป๋อง" เซียนหมากรุกไทยชื่อดัง บอกว่า คนเล่นหมากรุกไทยจะมีความคิดเป็นระบบ คำนวณเก่ง สติปัญญาดีโดยเฉพาะด้านความจำจะเป็นเลิศ ซึ่งคนที่สนใจสามารถเข้ามาเล่นได้โดยไม่จำกัดอายุแต่ถ้าฝึกเล่นตั้งแต่เด็กจะเรียนรู้ได้เร็ว ดังนั้นหากเป็นไปได้อยากให้กระทรวงศึกษาธิการ นำกีฬาชนิดนี้บรรจุลงในหลักสูตรเปิดไว้ให้เด็กที่สนใจลงเรียน เพราะถือเป็นกีฬาประจำชาติ ควรช่วยกันอนุรักษ์
หมากรุกไทยช่วยให้คนใจเย็น ไม่วู่วาม ยกตัวอย่างผมเองเป็นคนใจร้อน แต่พอมาเล่นหมากรุกไทยช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปได้เยอะ รู้จักอดทนอดกลั้น “
จากประสบการณ์ 40ปีในการเล่นหมากรุกไทย ตั้งแต่สมัยตัวหมากรุกยังเป็นไม้ เซียนป๋อง ได้เห็นพัฒนาการในวงการหมากรุกไทยว่า ได้รับการยอมรับจากกลุ่มผู้หญิงมากขึ้น บางคนเล่นได้ดีกว่าผู้ชาย เพราะสมาธิดีกว่า แต่เพศไม่ได้บ่งบอกสไตล์การเล่นได้ชัดเจนเท่ากับอุปนิสัยของคน ๆนั้น ถ้าคนชอบบู๊จะมีสไตล์การเล่นเหมือนกับมวยรุก ที่ชอบวิ่งเข้าหาคู่ต่อสู้ แต่ถ้าเป็นคนใจเย็น สไตล์การเล่นจะนิ่ง
สานความสัมพันธ์
อาจารย์ ป๋อง บอกว่า คนที่เล่นหมากรุกไทยแล้วมีพฤติกรรมดีขึ้นได้นั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เขาเรียนรู้เข้าถึงแก่นกีฬาหมากรุก ซึ่งเด็กสมัยนี้สามารถเรียนรู้ได้ง่ายกว่าเด็กสมัยก่อนเพราะมีตำรา ให้ศึกษาเรียนรู้ ก้าวหน้าเยอะ ผิดกับสมัยก่อนที่คนสอนจะหวงวิชา ส่วนจะเป็นหมากรุกชาติไหนก็เหมือนกัน แต่ละประเทศจะมีประวัติศาสตร์ของเขา หมากรุกไทยก็เหมือนกัน ขุนเวลาเดินทัพ เปรียบเสมือนเวลาทำสงครามกษัตรย์ต้องเดินทัพ โดยเป็นแม่ทัพเอง
“คนที่ไปเล่นหมากรุกสากล ได้ติดทีมชาติควรมีพื้นฐานมาจากหมากรุกไทยก่อน เพื่อฝึกความแข็งแกร่ง เหมือนมวย อย่างหมากรุกไทย การเดินขุนของเราเก่ง สมาธิของเราก็ดี บางคนที่ไปฝึกสากลเลยนานกว่าจะเก่ง เมื่อเทียบกับคนที่มีพื้นฐานหมากรุกไทยเพราะระบบความคิดคล้ายคลึงกัน แต่แตกต่างกันในรายละเอียด จึงอยากฝากให้เด็กๆ หรือผู้สนใจกล้าที่จะเข้ามาเล่น แม้จะเป็นวัยกลางคนก็สามารถเล่นได้ไม่ต้องอาย เพราะสมัยนี้มีเวทีการแข่งขันเปิดกว้างให้กับผู้สนใจเข้ามาร่วม ถ้าเข้ามาอยู่ในวงการจะได้เพื่อนหลากหลายเพิ่มขึ้น”
ปัจจุบันเกมการเล่นชนิดนี้ นับวันยิ่งจะเลือนหายไปจากสังคมไทย อยากให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสาน เพื่อให้เยาวชนไทยได้ตระหนัก และได้รู้จักกีฬาดังเดิมของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรู้จักนำกลวิธี ไปใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิต เพราะหมากรุกไม่เพียงเฉพาะเป็นเกมการเล่นเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนการทำศึกสงคราม การตัดสินใจเดินหมากแต่ละตัว ถ้าเมื่อใดวางแผนหรือเดินผิด นั่นหมายถึงการขาดความรอบคอบและพ่ายแพ้ในที่สุด ดังนั้นกีฬาชนิดนี้จึงช่วยให้คนได้พัฒนาความคิดได้เป็นอย่างดี

"ถ้าเป็นไปได้อยากให้ทุกบ้านมีกระดานหมากรุกไว้ บ้านละหนึ่งกระดาน ซึ่งจะสามารถใช้เป็นกิจกรรมยามว่าง รวมทั้งทำให้เกิดความสามัคคีภายในครอบครัว เพื่อให้เด็กได้ใกล้ชิดและศึกษาอย่างจริงจัง เพราะส่วนมากเด็กที่เล่นหมากรุก มักจะเป็นเด็กฉลาด เอาตัวรอดได้มากกว่าเด็กคนอื่นๆ" เซียนป๋องกล่าวทิ้งท้าย

ขอบคุณที่มาจาก http://www.bangkokbiznews.com/

แสดงความคิดเห็น

แบ่งปันสิ่งนี้

หมากรุกกับเรื่องของการบริหาร


หมากรุกเป็นเกมกระดานสากลยอดฮิตที่ทุกคนต่างก็รู้จัก จุดเด่นของหมากรุกอยู่ที่การเล่นอันซับซ้อนและรูปแบบการเดินตัวหมากที่แตกต่างกันไป ดังนั้นเสน่ห์ของเกมหมากรุกจึงอยู่ที่รูปแบบเกมซึ่งขึ้นอยู่กับเทคนิคและสไตล์ของผู้เล่น นอกจากนี้เกมหมากรุกยังไม่ใช่เพียงเกมเล่นสนุกๆ เท่านั้น เพราะหมากรุกยังช่วยฝึกสมองฝึกการใช้ทักษะต่างๆ ได้หลายอย่างเลยทีเดียว ซึ่งเราสามารถนำมาปรับใช้ในการทำธุรกิจได้เช่นกัน

หมากรุกแต่ละตัว เปรียบได้กับพนักงานแต่ละคนในองค์กร ถ้าอ่านโครงสร้างองค์กรออกและเข้าใจหน้าที่ของแต่ละแผนก ก็จะสามารถบริหารงานได้ง่าย
ในการเล่นหมากรุกฝรั่ง ควีนหรือขุนคือตัวที่มีค่ามากที่สุดในเกม เพราะตามกฏแล้วถ้าเราเสียตัวขุนไปก็เท่ากับว่าเราแพ้ และหากนับคุณค่ามาตรฐานของตัวหมากแต่ละตัวก็จะได้ดังนี้ Rook (เรือ) > Bishop (โคน) > Knight (ม้า) > Pawn (เบี้ย) โดยคุณค่าเหล่านี้วัดได้จากจำนวนช่องที่หมากแต่ละตัวสามารถเดินได้ ซึ่งแต่ละตัวก็มีลักษณะการเดินที่ต่างกันออกไป
หากเทียบกับการทำธุรกิจแล้ว ตัวหมากรุกก็ไม่ต่างจากพนักงานในองค์กรเท่าไรนัก เรามีพนักงานหลากหลายตำแหน่งหลากหลายความสามารถรวมอยู่ในองค์กร บางคนเป็นเพียงเด็กจบใหม่ บางคนมีประสบการณ์ทำงานมาบ้าง และบางคนอาจมีประสบการณ์สูงสามารถรับหน้าที่แทนเราได้ทุกอย่าง ดังนั้นเราควรวิเคราะห์ทักษะของพนักงานแต่ละคนให้ออก และกำหนดหน้าที่การทำงานและให้ผลตอบแทนให้เหมาะสมกับความสามารถนั้น ก็จะช่วยให้การดำเนินกิจการราบรื่นและก้าวได้ไว และเรายังบริหารได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ตัวหมากรุกมีทั้งตัวรุกและตัวล่อซึ่งต้องทำงานร่วมกันเพื่อไปถึงชัยชนะ การบริหารคนก็ต้องเลือกใช้คนให้ถูก ทั้งคนประเภทขาลุยและคนประเภทเน้นการวางแผนและใช้กลยุทธ์
การเล่นหมากรุกมีหลากเทคนิคที่จะนำมาซึ่งชัยชนะ บางครั้งอาจต้องยอมเสียหมากบางตัวเพื่อให้ชนะคู่ต่อสู้ได้ ผู้เล่นจะต้องดูความสัมพันธ์ของหมากแต่ละตัวว่าสามารถนำมาใช้งานร่วมกันได้อย่างไร พิจารณาว่าควรใช้ตัวไหนเป็นตัวรุก และใช้ตัวไหนเป็นตัวล่อ
จุดนี้เหมือนในการทำธุรกิจที่มักใช้คนอยู่สองประเภทนั่นคือ พวกขาลุยกับพวกใช้หัวคละๆ กันไป ซึ่งหากเราเน้นพวกใช้ขาลุยมากเกินไปอาจทำให้งานที่ออกมาไม่ค่อยเรียบร้อยเพราะผ่านการคิดที่น้อยและเน้นเดินหน้าทำเพียงอย่างเดียว แต่ในทางกลับกันหากมีพวกใช้สมองเยอะถึงแม้จะสามารถคิดอะไรออกมาได้มาก แต่ถ้าเกิดปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเข้าชนแล้วพวกเขาเหล่านี้อาจแก้ปัญหาได้ไม่ดีนัก ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำเป็นอย่างยิ่งคือสร้างความสัมพันธ์ให้คนสองประเภทนี้ทำงานด้วยกัน ฝ่ายสมองอาจช่วยฝ่ายลุยงานคิดสิ่งต่างๆ และให้ฝ่ายลุยงานคอยช่วยรับหน้าแก้ปัญหาต่างๆ ที่โถมเข้ามา

การเดินหมากผิดพลาดเพียงก้าวเดียวอาจหมายถึงความพ่ายแพ้ การทำธุรกิจเช่นกันต้องวางแผนอย่างรัดกุม รวมถึงต้องคอยปรับแก้แผนอยู่เสมอให้เหมาะสม
ทุกย่างก้าวของการเดินหมากมีผลต่อผลลัพธ์ของเกมเป็นอย่างมาก การขยับหมากเดินไปแล้วไม่สามารถย้อนกลับมาอีกได้ ซึ่งหากเดินผิดพลาดเพียงนิดเดียวก็มีโอกาสแพ้ได้ภายในหนึ่งตาเท่านั้น  การวางแผนการเล่นให้ละเอียดถี่ถ้วนในทุกๆ ตาที่เดินและคิดเผื่อถึงตาเดินถัดๆ ไปอาจช่วยให้เรารอดพ้นจากหายนะจากการพ่ายแพ้ได้มากขึ้น
เช่นเดียวกับการทำธุรกิจหากเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเดินหน้าโดยไม่มีการวางแผนอะไรก่อนย่อมทำธุรกิจดำเนินไปอย่างไร้ทิศทางและไร้จุดหมาย บางทีการมีแผนธุรกิจที่อาจไม่สมบูรณ์แบบก็อาจดีกว่าการไม่มีแผนการอะไรเลย เพราะถึงแม้ว่าแผนอาจจะยังไม่ดีพอ แต่เราก็ยังมีแนวทาง เมื่อเกิดความผิดพลาด ก็ยังสามารถหาจุดบกพร่องได้อย่างรวดเร็ว และจากนั้นจึงค่อยๆ ปรับแก้แผนให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางกว่าเดิม

บางครั้งการให้คู่ต่อสู้เดินเกมก่อนก็ช่วยให้เรารู้ว่าควรจะแก้เกมอย่างไร การเร่งเริ่มธุรกิจตอนที่ยังไม่พร้อมก็มักจะส่งผลเสียมากกว่าดี
หลายๆ คนเข้าใจว่าเวลาเล่นหมากรุกถ้าได้เดินก่อนจะได้เปรียบ แต่ความจริงก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป การให้คู่ต่อสู้เดินก่อนจะทำให้เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าคู่แข่งเดินอย่างไร และเราควรจะแก้ทางอย่างไร ซึ่งอาจดีกว่าการที่เราเดินคนแรกโดยไร้จุดหมายและอาจยังเป็นการเผยจุดอ่อนให้คู่ต่อสู้เห็นอีกด้วย
ธุรกิจก็เหมือนกับหมากรุกการเริ่มต้นก่อนโดยทีไม่พร้อมก่อนมักจะส่งผลเสียให้กับธุรกิจเสมอ ต่างกับให้คู่แข่งเริ่มเปิดเกมก่อนแล้วเราจึงค่อยๆ เก็บข้อมูลเหล่านั้นเพื่อหาช่องโหว่และนำมาปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนเหล่านี้ก่อนที่จะถึงตาเราเดิน
• • •
จากสี่เทคนิคการเล่นหมากรุกสู่โลกธุรกิจ เราจะเห็นว่าส่วนที่ซ้อนทับกันระหว่างการเล่นหมากรุกและการทำธุรกิจก็คือการรู้จักตัวเองและรู้จักคู่แข่ง ซึ่งก่อนอื่นเราต้องรู้ว่าทรัพยากรพนักงานเรามีเท่าไร และรู้ว่าแต่ละคนมีขีดความสามารถในการทำอะไรให้องค์กรเราได้บ้าง พร้อมทั้งรู้จักวิเคราะห์คู่แข่งเพื่อคำนวณดูว่าเมื่อคู่แข่งเดินหมากแบบนี้ ตาต่อไปที่เราจะต้องเดินควรจะทำอย่างไร และรู้จักวางแผนให้ดีเพื่อให้ธุรกิจของเราดำเนินไปอย่างราบรื่น

ขอบคุณเนื้อหาจากhttp://incquity.com/articles/how-apply-chess-skill-use-business

แสดงความคิดเห็น

แบ่งปันสิ่งนี้